• หน้าแรก
  • บทความ
  • วิธีเลือกมอเตอร์สำหรับใช้งานร่วมกับอินเวอร์เตอร์ (VFD) ให้เหมาะกับเครื่องจักร
KNOWLEDGE ARTICLE
Motor + Inverter Selection Guide

วิธีเลือกมอเตอร์สำหรับใช้งานร่วมกับอินเวอร์เตอร์ (VFD) ให้เหมาะกับเครื่องจักร

การนำมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานร่วมกับอินเวอร์เตอร์ไม่ได้พิจารณาเพียงว่ากำลัง kW เท่ากันหรือไม่ แต่ต้องตรวจสอบช่วงความเร็ว แรงบิด การระบายความร้อน ฉนวนมอเตอร์ ระยะสาย ความถี่สูงสุด ระบบแบริ่ง และสภาพแวดล้อมร่วมกัน เพื่อให้ Motor และ VFD สามารถทำงานเป็นระบบขับเคลื่อนเดียวกันได้อย่างเหมาะสม

VFD Motor Inverter Duty Variable Speed Constant Torque dv/dt IEC TS 60034-25
คำตอบแบบสรุป

เลือกมอเตอร์ใช้กับอินเวอร์เตอร์ต้องดูอะไรบ้าง?

การเลือกมอเตอร์สำหรับใช้งานร่วมกับอินเวอร์เตอร์ควรตรวจอย่างน้อย 8 เรื่อง ได้แก่ กำลังและแรงบิดของโหลด ช่วงความเร็วและความถี่ แรงดันของ Motor และ VFD การระบายความร้อนเมื่อทำงานรอบต่ำ ความเหมาะสมของระบบฉนวน ระยะสายระหว่างอินเวอร์เตอร์กับมอเตอร์ ความเสี่ยงจาก Bearing Current และความเร็วรอบสูงสุดของมอเตอร์ โดยต้องตรวจสอบ Datasheet หรือข้อมูลจากผู้ผลิตว่ามอเตอร์รุ่นนั้นรองรับ Converter Supply หรือ Inverter Duty ภายใต้เงื่อนไขใด

มอเตอร์ทั่วไปใช้กับอินเวอร์เตอร์ได้หรือไม่?

มอเตอร์ AC หลายรุ่นสามารถใช้งานร่วมกับ Variable Frequency Drive หรือ VFD ได้ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด แต่ไม่ควรสรุปว่ามอเตอร์ 3 เฟสทุกตัวสามารถนำมาต่อกับอินเวอร์เตอร์และใช้งานได้ทุกช่วงความเร็วโดยไม่มีข้อจำกัด

สาเหตุคือไฟฟ้าด้าน Output ของ VFD ไม่เหมือนกับแหล่งจ่ายไฟแบบ Sinusoidal จากระบบไฟโดยตรง อินเวอร์เตอร์ใช้การสวิตช์อุปกรณ์ Semiconductor เพื่อควบคุมแรงดันและความถี่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความร้อนของมอเตอร์ ระบบฉนวน เสียง การสั่นสะเทือน กระแสในแบริ่ง และสมรรถนะเมื่อทำงานที่ความเร็วต่ำหรือสูงกว่าพิกัด

หากต้องการดูประเภทมอเตอร์ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม สามารถเปรียบเทียบ ผลิตภัณฑ์มอเตอร์ไฟฟ้าอุตสาหกรรม แล้วตรวจสอบ Datasheet ของรุ่นจริงว่าผู้ผลิตกำหนดการใช้งานร่วมกับ Converter หรือ VFD ไว้อย่างไร

Torque แรงบิดที่โหลดต้องการ
Speed Range รอบต่ำสุดถึงรอบสูงสุด
Cooling การระบายความร้อน
Insulation ความเหมาะสมกับ PWM

อย่ามองเฉพาะมอเตอร์ ต้องมองทั้งระบบขับเคลื่อน

การใช้อินเวอร์เตอร์ควรพิจารณา Motor, VFD, สายไฟ และ Driven Equipment เป็นระบบเดียวกัน เพราะแต่ละส่วนมีผลต่อสมรรถนะและความน่าเชื่อถือของระบบ

VFD แรงดัน กระแส Switching และ Control Mode
Motor Torque Speed Cooling และ Insulation
Cable ระยะสาย Shield Ground และ EMC
Load ปั๊ม พัดลม สายพาน เครื่องผสม หรือเครื่องจักร

8 ปัจจัยสำคัญในการเลือกมอเตอร์สำหรับใช้งานกับอินเวอร์เตอร์

1

กำลังและแรงบิดของโหลด

เริ่มจากลักษณะโหลด ไม่ใช่เริ่มจากขนาด VFD เพียงอย่างเดียว ต้องรู้ว่าเครื่องจักรต้องการแรงบิดเท่าไรในช่วงเริ่มต้น ช่วงเร่ง และช่วงทำงานปกติ

ปั๊มและพัดลมแบบ Centrifugal มีพฤติกรรมโหลดแตกต่างจากสายพาน เครื่องอัด เครื่องผสม หรือเครื่องยก ดังนั้นมอเตอร์กำลัง kW เท่ากันอาจไม่ได้เหมาะกับงานทุกประเภท

2

ช่วงความเร็วที่ต้องการ

ต้องระบุความเร็วต่ำสุด ความเร็วปกติ และความเร็วสูงสุด รวมถึงระยะเวลาที่มอเตอร์ทำงานในแต่ละช่วง เพราะปัญหาของระบบไม่ได้เกิดเฉพาะการลดรอบ แต่ยังรวมถึงการเพิ่มรอบสูงกว่าความเร็วฐานด้วย

ค่า Maximum Frequency ที่ตั้งใน VFD ไม่ใช่หลักฐานว่ามอเตอร์สามารถหมุนที่ความเร็วดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย ต้องตรวจ Maximum Mechanical Speed ของมอเตอร์และอุปกรณ์ที่ขับด้วย

3

Rated Voltage และการต่อมอเตอร์

แรงดัน Output ของ VFD ต้องสัมพันธ์กับ Rated Voltage และการต่อขดลวดของมอเตอร์ โดยควรตรวจข้อมูลจากเนมเพลต Wiring Diagram และคู่มือของทั้ง Motor และ Drive

ไม่ควรเลือกวิธีต่อ Delta หรือ Star จากความเคยชิน เพราะแรงดันที่ระบุบนเนมเพลตของแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน

4

Rated Current และ Overload

การเลือกขนาดอินเวอร์เตอร์ควรตรวจ Rated Current ของมอเตอร์ร่วมกับกระแสที่โหลดต้องใช้จริง ไม่ควรเทียบเฉพาะตัวเลข kW ของ VFD กับ kW ของมอเตอร์

สำหรับโหลดที่ต้องการแรงบิดสูงหรือมีช่วง Overload ต้องตรวจ Current Capacity และ Overload Rating ของ Drive ให้ตรงกับ Duty ของเครื่องจักร

5

ระบบระบายความร้อน

มอเตอร์แบบที่ใช้พัดลมติดกับเพลาจะมีความเร็วพัดลมลดลงเมื่ออินเวอร์เตอร์ลดความเร็วมอเตอร์ ทำให้ความสามารถในการระบายความร้อนลดลงตามไปด้วย

หากต้องทำงานรอบต่ำด้วยแรงบิดสูงเป็นเวลานาน อาจต้องใช้มอเตอร์ที่ออกแบบรองรับ Variable Speed หรือใช้ Forced Ventilation ตามคำแนะนำของผู้ผลิต

6

ระบบฉนวนของมอเตอร์

PWM Output จาก VFD มีขอบแรงดันที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ซึ่งอาจสร้าง Electrical Stress ต่อระบบฉนวนของขดลวด โดยเฉพาะเมื่อมีเงื่อนไขอย่างสายมอเตอร์ยาวหรือแรงดันระบบสูง

จึงควรตรวจสอบว่าผู้ผลิตระบุให้มอเตอร์เป็น Converter Capable, Inverter Duty หรือมีข้อกำหนดเรื่อง Filter และความยาวสายอย่างไร

7

ระยะสายระหว่าง VFD กับ Motor

สายระหว่างอินเวอร์เตอร์กับมอเตอร์มีผลต่อรูปคลื่นที่ปลายสายและอาจเพิ่ม Voltage Stress ที่ขั้วมอเตอร์เมื่อระยะสายมากขึ้น

ไม่มีระยะสายตายตัวที่ใช้ได้กับ VFD ทุกยี่ห้อ ควรตรวจคู่มือของ Drive และ Motor ว่าระยะใดต้องพิจารณา dv/dt Filter, Sine Filter หรืออุปกรณ์อื่นเพิ่มเติม

8

Bearing Current และระบบ Grounding

ระบบ VFD อาจสร้าง Common-mode Voltage ซึ่งในบางระบบสามารถนำไปสู่ Shaft Voltage และ Bearing Current ได้ หากกระแสไหลผ่านฟิล์มน้ำมันของแบริ่งซ้ำ ๆ อาจส่งผลต่อผิว Raceway ในระยะยาว

การพิจารณา Insulated Bearing, Shaft Grounding, Cable Shield, Grounding และ Filter ต้องอ้างอิงขนาดมอเตอร์ ลักษณะระบบ และคำแนะนำของผู้ผลิต ไม่ควรติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มโดยไม่มีการวิเคราะห์ระบบ

ประเภทโหลดมีผลต่อการเลือก Motor + VFD อย่างไร?

การเลือกมอเตอร์สำหรับอินเวอร์เตอร์ควรเริ่มจาก Load Profile เพราะรูปแบบแรงบิดของแต่ละเครื่องจักรแตกต่างกัน

ประเภทงาน ลักษณะโหลดโดยทั่วไป จุดที่ควรตรวจสอบ
ปั๊ม Centrifugal Variable Torque ช่วง Flow, Head, Minimum Speed, ระบบปั๊ม และจุดทำงานจริง
พัดลม / Blower Variable Torque ในหลายงาน Airflow, Static Pressure, ช่วงความเร็ว และ Resonance ของระบบ
สายพานลำเลียง มักต้องการแรงบิดค่อนข้างคงที่ Starting Torque, น้ำหนักบรรทุก, ความลาดเอียง และ Acceleration Time
เครื่องผสม / Agitator ขึ้นกับความหนืดและกระบวนการ Torque ที่รอบต่ำ ช่วงความเร็ว และโหลดขณะเริ่มหมุน
Compressor ขึ้นกับชนิดของ Compressor Starting Condition, Minimum Speed, Lubrication และข้อกำหนดผู้ผลิต
เครื่องยก / Hoist ต้องพิจารณา Torque และ Braking อย่างละเอียด Load Holding, Brake, Regeneration, Encoder และ Safety Function

หากต้องการพิจารณาตามประเภทเครื่องจักร สามารถดู โซลูชันมอเตอร์สำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งแยกแนวทางสำหรับปั๊ม พัดลม สายพาน โรงงาน สายการผลิต และอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ

ทำไมมอเตอร์ใช้กับอินเวอร์เตอร์ที่รอบต่ำจึงต้องระวังเรื่องความร้อน?

มอเตอร์อุตสาหกรรมทั่วไปจำนวนมากใช้พัดลมระบายความร้อนที่หมุนไปพร้อมกับเพลา เมื่อ VFD ลดความเร็วรอบลง ความเร็วของพัดลมก็ลดลง ทำให้ปริมาณอากาศที่ใช้ระบายความร้อนลดลง

หากเป็นโหลดที่ต้องการแรงบิดสูงต่อเนื่องในช่วงความเร็วต่ำ มอเตอร์อาจมีกระแสและความร้อนสูงในขณะที่ Cooling Capacity ลดลง จึงต้องตรวจ Torque-Speed Curve และ Derating ของผู้ผลิต

ไม่ควรกำหนดว่า “ใช้ได้ตั้งแต่ 5–50 Hz” กับมอเตอร์ทุกตัว

Minimum Frequency ที่สามารถใช้งานต่อเนื่องด้วย Rated Torque แตกต่างกันตามการออกแบบมอเตอร์ ระบบระบายความร้อน Ambient Temperature และวิธีควบคุมของ VFD หากต้องใช้รอบต่ำเป็นเวลานานควรขอข้อมูลจากผู้ผลิตของรุ่นจริง

ตัวอย่างมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับตรวจเนมเพลตก่อนเลือกใช้งานร่วมกับอินเวอร์เตอร์ VFD
ก่อนเลือกมอเตอร์สำหรับใช้งานร่วมกับอินเวอร์เตอร์ ควรถ่ายภาพเนมเพลตและตรวจ Rated Voltage, Current, Frequency, Speed, Duty, Insulation และข้อมูลของผู้ผลิตให้ครบ

ถ้าเพิ่มความถี่เกิน 50 Hz มอเตอร์จะหมุนเร็วขึ้นได้เลยหรือไม่?

ในหลักการ การเพิ่ม Output Frequency ของ VFD สามารถเพิ่มความเร็วของสนามแม่เหล็กและความเร็วรอบมอเตอร์ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ามอเตอร์และเครื่องจักรจะสามารถทำงานที่ความเร็วสูงขึ้นได้โดยไม่มีข้อจำกัด

เมื่อทำงานสูงกว่า Base Frequency ระบบอาจเข้าสู่ช่วง Field Weakening ซึ่งความสามารถในการให้ Torque อาจลดลง ขณะเดียวกันต้องตรวจสอบข้อจำกัดทางกลของ Rotor, Bearing, Cooling Fan, Coupling, Pulley และ Driven Equipment

จุดสำคัญ: Maximum Frequency ของ VFD ไม่ใช่ Maximum Safe Speed ของ Motor การตั้งความถี่สูงสุดต้องอ้างอิงข้อมูล Mechanical Speed Limit และ Torque-Speed Curve ของระบบจริง

dv/dt และ Voltage Spike เกี่ยวข้องกับมอเตอร์อย่างไร?

VFD สมัยใหม่ควบคุมมอเตอร์ด้วยการสวิตช์แรงดันอย่างรวดเร็ว รูปคลื่น PWM ที่เดินทางผ่านสายมอเตอร์อาจเกิดผลจาก Cable Impedance และ Reflection ทำให้แรงดันที่ Terminal ของมอเตอร์มีลักษณะแตกต่างจาก Output ที่ตัว Drive

ผลกระทบจะขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น แรงดัน DC Bus, Switching Characteristics ของ VFD, ความยาวและชนิดสาย, Motor Impedance และระบบติดตั้ง จึงไม่ควรใช้ค่าความยาวสายหรือค่า dv/dt แบบเดียวกับ Drive ทุกยี่ห้อ

หากผู้ผลิตกำหนด อาจต้องพิจารณาอุปกรณ์ เช่น Output Reactor, dv/dt Filter หรือ Sine-wave Filter เพื่อควบคุม Stress ที่มอเตอร์ โดยควรเลือกตามคู่มือของ VFD และมอเตอร์ร่วมกัน

Bearing Current จากอินเวอร์เตอร์คืออะไร?

การสวิตช์ของ VFD สามารถสร้าง Common-mode Voltage ในระบบขับเคลื่อน ในบางเงื่อนไขจึงอาจเกิด Shaft Voltage และกระแสไหลผ่านแบริ่งมอเตอร์

หากเกิด Electrical Discharge ผ่าน Bearing ซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดร่องหรือความเสียหายบนผิวแบริ่ง แต่ระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับขนาดมอเตอร์ การออกแบบระบบ Grounding สายไฟ ความถี่การสวิตช์ และรายละเอียดของ Drive System

แนวทางลดความเสี่ยงอาจรวมถึง Cable Shield และ Grounding ที่ถูกต้อง, Insulated Bearing, Shaft Grounding Device หรือ Common-mode Filtering ตามข้อกำหนดของผู้ผลิตและการออกแบบระบบ

อย่าติด Insulated Bearing หรือ Shaft Grounding โดยใช้สูตรเดียวกับทุกระบบ

ตำแหน่งของแบริ่งที่ต้อง Insulate และวิธีจัดการ Common-mode Current ต้องพิจารณาจาก Drive Topology, Motor Frame, Grounding และคำแนะนำของผู้ผลิต เพราะการติดตั้งผิดรูปแบบอาจไม่สามารถแก้เส้นทางกระแสที่ต้องการได้

เลือกขนาดอินเวอร์เตอร์จาก kW มอเตอร์อย่างเดียวได้หรือไม่?

ไม่ควร การใช้ขนาด kW เป็นจุดเริ่มต้นทำได้ แต่การเลือก VFD จริงต้องตรวจ Rated Output Current, Overload Capacity, Supply Voltage, Control Mode และลักษณะโหลดร่วมกัน

ข้อมูล Motor VFD สิ่งที่ต้องตรวจ
กำลัง Rated kW / HP Motor Capacity ใช้เป็นข้อมูลตั้งต้น ไม่ใช่เกณฑ์เดียว
กระแส Rated Current Rated Output Current ควรสัมพันธ์กับ Motor Current และ Duty
แรงดัน Rated Voltage Output Voltage Class ต้องรองรับกันทั้งระบบ
โหลด Torque Requirement Normal / Heavy Duty เลือก Overload Capacity ให้เหมาะกับงาน
Control Motor Characteristics V/f, Vector หรือ Control Mode อื่น เลือกตามความต้องการด้าน Torque และ Speed Regulation

มอเตอร์กันระเบิดใช้กับอินเวอร์เตอร์ได้เลยหรือไม่?

ไม่ควรสรุปว่าได้เพียงเพราะตัวมอเตอร์มี Certification สำหรับ Hazardous Area การใช้ Explosion-protected Motor กับ VFD อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับความถี่ ช่วงความเร็ว อุณหภูมิผิว การป้องกัน Thermal Protection และ Converter ที่ใช้ร่วมกัน

หากเป็นพื้นที่ที่มี Gas, Vapor หรือ Combustible Dust ต้องตรวจ Certificate, Zone, Gas/Dust Group, Temperature Class และข้อกำหนดของผู้ผลิตว่าครอบคลุมการใช้งานแบบ Variable Frequency หรือไม่

Explosion-proof Motor + VFD ต้องตรวจ Certification ของระบบ

ไม่ควรนำมอเตอร์กันระเบิดไปใช้งานร่วมกับอินเวอร์เตอร์โดยอาศัยเพียงค่า kW, IP Rating หรือชื่อรุ่น เนื่องจากการควบคุมความเร็วสามารถเปลี่ยนสภาวะความร้อนของมอเตอร์ได้

ขั้นตอนเลือกมอเตอร์สำหรับใช้งานร่วมกับอินเวอร์เตอร์

  1. ระบุประเภทเครื่องจักรและ Load Profile
    แจ้งว่าเป็นปั๊ม พัดลม สายพาน เครื่องผสม Compressor เครื่องยก หรือเครื่องจักรประเภทใด พร้อมกำลังที่ต้องการและลักษณะแรงบิด
  2. กำหนด Speed Range
    ระบุรอบต่ำสุด รอบใช้งานปกติ รอบสูงสุด และระยะเวลาที่ต้องทำงานในแต่ละช่วง
  3. ตรวจเนมเพลตและ Datasheet
    ตรวจ Rated Power, Voltage, Current, Frequency, RPM, Duty, Insulation, IP Rating และข้อมูลการใช้งานกับ Converter
  4. ตรวจ Cooling ที่รอบต่ำ
    หากต้องการ Rated Torque ในช่วงรอบต่ำต่อเนื่อง ให้ตรวจ Derating Curve หรือพิจารณา Forced Cooling ตามข้อมูลผู้ผลิต
  5. ตรวจความเร็วสูงสุด
    หากต้องการทำงานเกิน Base Speed ต้องตรวจ Mechanical Speed Limit, Field Weakening และ Driven Equipment
  6. แจ้งระยะสาย Motor Cable
    ใช้ระยะสายจริงเพื่อให้สามารถตรวจข้อกำหนด Filter และ Insulation Stress ได้ถูกต้อง
  7. ตรวจ Bearing และ Grounding
    พิจารณาตามขนาดมอเตอร์ ระบบสาย และคำแนะนำของผู้ผลิตว่าต้องมี Insulated Bearing หรืออุปกรณ์เพิ่มเติมหรือไม่
  8. ตรวจสภาพแวดล้อมและ Safety Requirement
    ระบุ IP, อุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่น สารเคมี พื้นที่อันตราย และข้อกำหนดของโครงการให้ครบ

หากข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ครบ สามารถใช้ บริการให้คำปรึกษาเลือกมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อช่วยตรวจสอบเนมเพลต ช่วงความถี่ ลักษณะโหลด การระบายความร้อน และระบบควบคุมก่อนเลือกรุ่น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกมอเตอร์ใช้กับอินเวอร์เตอร์

ดูแค่ kW เท่ากัน

มอเตอร์และ VFD ที่มีตัวเลข kW เท่ากันไม่ได้หมายความว่า Current, Torque และ Overload Capacity จะเหมาะกับโหลดเสมอไป

ลดรอบมากแต่ไม่ตรวจ Cooling

มอเตอร์ที่ใช้พัดลมติดเพลาอาจระบายความร้อนได้น้อยลงอย่างมากเมื่อทำงานที่ความเร็วต่ำ

ตั้ง Frequency สูงโดยไม่ดู Maximum Speed

VFD สามารถตั้งความถี่ได้สูงไม่ได้หมายความว่า Rotor, Bearing, Fan และเครื่องจักรจะรองรับความเร็วนั้น

ไม่แจ้งระยะสาย

Cable Length เป็นข้อมูลสำคัญต่อการพิจารณา Voltage Reflection, dv/dt และ Output Filter

มองข้าม Bearing Current

ระบบบางประเภทอาจต้องตรวจ Common-mode Current, Grounding และการป้องกัน Bearing เพิ่มเติม

คิดว่ามอเตอร์กันระเบิดใช้ VFD ได้เสมอ

Hazardous Area Application ต้องตรวจ Certification และข้อกำหนดด้าน Thermal Protection สำหรับ Variable Speed เพิ่มเติม

การเลือก Motor + VFD ควรใช้ข้อมูลของระบบจริง

บริษัท อัลติเมท คอมเมอร์เชียล จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านมอเตอร์ไฟฟ้าอุตสาหกรรม ระบบกำลัง และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 โดยการเลือกมอเตอร์สำหรับระบบควบคุมความเร็วควรพิจารณาข้อมูลของเครื่องจักร มอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ และพื้นที่ติดตั้งร่วมกัน ไม่ควรเลือกจากกำลังหรือชื่อรุ่นเพียงอย่างเดียว

สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์และแนวทางการให้คำปรึกษาของบริษัทเพิ่มเติมได้ที่ เกี่ยวกับบริษัท อัลติเมท คอมเมอร์เชียล จำกัด

สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นฐานเรื่องมอเตอร์ 3 เฟสและการควบคุมความเร็ว สามารถอ่านบทความ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3 เฟสกับการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อประกอบความเข้าใจเกี่ยวกับความเร็วและระบบไฟฟ้า


มาตรฐานอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมอเตอร์ที่ใช้กับอินเวอร์เตอร์

มอเตอร์ AC หลายรุ่นสามารถใช้ร่วมกับอินเวอร์เตอร์ได้ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด แต่ต้องตรวจช่วงความเร็ว การระบายความร้อน ระบบฉนวน ระยะสาย และความถี่สูงสุด ไม่ควรสรุปว่ามอเตอร์ 3 เฟสทุกตัวรองรับ VFD ได้ทุกช่วงความเร็วโดยอัตโนมัติ

Inverter Duty หรือ Converter Duty Motor เป็นมอเตอร์ที่ผู้ผลิตออกแบบและกำหนดสมรรถนะสำหรับการใช้กับ Converter โดยเฉพาะ อาจมีการออกแบบด้านฉนวน การระบายความร้อน Bearing หรือช่วง Torque-Speed แตกต่างจากมอเตอร์มาตรฐาน ต้องตรวจรายละเอียดของแต่ละรุ่นจาก Datasheet

ทำได้ในบางระบบ แต่ต้องตรวจ Torque Requirement และ Cooling ของมอเตอร์ เพราะเมื่อรอบต่ำ พัดลมที่ติดกับเพลามอเตอร์จะหมุนช้าลงและระบายความร้อนได้ลดลง หากต้องใช้แรงบิดสูงต่อเนื่องที่รอบต่ำอาจต้องใช้ Forced Cooling หรือมอเตอร์ที่ออกแบบรองรับ

สามารถตั้งได้ในระบบที่ออกแบบรองรับ แต่ต้องตรวจ Maximum Mechanical Speed, Field Weakening, Torque, Bearing, Fan, Coupling และ Driven Equipment ก่อน ไม่ควรใช้ Maximum Frequency ของ VFD เป็นค่ากำหนด Maximum Speed ของมอเตอร์โดยตรง

มีผล ระยะสายมีผลต่อรูปคลื่นและ Voltage Stress ที่ขั้วมอเตอร์ โดยเฉพาะระบบ PWM จึงควรแจ้ง Cable Length จริงและตรวจคู่มือของ VFD กับมอเตอร์ว่าต้องใช้อุปกรณ์ เช่น dv/dt Filter หรือ Sine Filter เมื่อใด

ไม่ควรดูเฉพาะ kW ต้องตรวจ Rated Motor Current, VFD Output Current, Overload Capacity, Voltage Class และลักษณะโหลดร่วมกัน โดยเฉพาะงาน Heavy Duty หรือโหลดที่ต้องการ Starting Torque สูง

ต้องตรวจ Certificate และข้อกำหนดของผู้ผลิตว่าครอบคลุม Variable Frequency Operation หรือไม่ รวมถึงช่วงความเร็ว Thermal Protection, Zone, Gas หรือ Dust Group และ Temperature Class ไม่ควรสรุปจากคำว่า Explosion-proof เพียงอย่างเดียว

ไม่แน่ใจว่ามอเตอร์เดิมใช้ร่วมกับอินเวอร์เตอร์ได้หรือไม่?

เตรียมภาพเนมเพลตมอเตอร์ รุ่นอินเวอร์เตอร์ ประเภทเครื่องจักร ช่วงความเร็วที่ต้องการ ลักษณะโหลด และระยะสายระหว่าง VFD กับ Motor เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบสเปกก่อนเลือกหรือเปลี่ยนมอเตอร์

แชร์บทความ